๘ เมษายน ๒๕๖๑ กระทรวงกลาโหม ครบ ๑๓๑ ปี “กลาโหมเทิดราชา รักษ์ราษฎร์ ชาติมั่นคง”
Share

วันที่ ๘ เมษายน ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนากรมยุทธนาธิการขึ้นที่บริเวณโรงทหารหน้า ซึ่งปัจจุบันคือศาลาว่าการกลาโหม นับเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการกิจการทหารสมัยใหม่ให้มีความเป็นสากลทัดเทียมนานาอารยประเทศ พร้อมที่จะเผชิญภัยคุกคามจากประเทศมหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคม โดยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของการจัดส่วนราชการ โครงสร้างอำนาจหน้าที่ ภารกิจ และอาวุธยุทโธปกรณ์ตราบจนถึงปัจจุบัน

​ตลอดระยะเวลา ๑๓๑ ปี ที่ผ่านมา ได้มีเหตุการณ์สำคัญที่เป็นสิ่งท้าทายนานับปการตั้งแต่ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ผลกระทบอันเกิดจากปัจจัยภายนอกประเทศ ปัญหาภัยธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปสู่ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการทางความคิดและวิธีการทำงาน  ทำให้กระทรวงกลาโหมและกิจการทหารไทยต้องปรับตัวและมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน แนวโน้มในอนาคต การเตรียมการเพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาล โดยให้ความสำคัญกับการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสมพระเกียรติ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์คงเป็น  ศูนย์รวมจิตใจที่มั่นคงและยั่งยืนของประชาชนชาวไทย และเป็นสถาบันหลักที่สำคัญยิ่งของประเทศ ตลอดจนผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อการป้องกันประเทศ ด้วยการนำพลังอำนาจแห่งชาติทุกด้านมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงร่วมกับกระทรวงกลาโหม โดยใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะการสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ การช่วยเหลือประชาชน การแก้ไขปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ

เสริมสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงและความร่วมมือทางทหารกับมิตรประเทศ ด้วยการใช้กลไกและเวทีระหว่างประเทศทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคีที่ได้จัดตั้งไว้แล้วในทุกระดับ รวมทั้งพิจารณาขยายขอบเขตและพัฒนาความร่วมมือทางทหารไปยังมิตรประเทศที่ได้ดำเนินการอยู่แล้วและประเทศที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ทั้งในด้านการฝึกศึกษา การแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ         การข่าวกรอง การปฏิบัติการด้านไซเบอร์ การต่อต้านการก่อการร้าย และภัยคุกคามข้ามชาติในลักษณะอื่น ๆ โดยกำหนดความเร่งด่วนและความสำคัญให้สอดคล้องกับแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศของกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ตลอดจนจัดเตรียมกำลังให้มีความพร้อมปฏิบัติภารกิจ การปฏิบัติการเพื่อสันติภาพในกรอบขององค์การสหประชาชาติ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนและมิตรประเทศตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้ง

เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อตามโอกาสที่เหมาะสม เพื่อแสดงให้เห็นถึงบทบาทของกองทัพอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

​          สนับสนุนรัฐบาลในการดำเนินการที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ๒๐๒๕ แผนงาน ๑๐ ปี ประชาคมอาเซียนและการขับเคลื่อนประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างฝ่ายทหารอาเซียนและประเทศคู่เจรจา โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting : ADMM) การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting - Plus : ADMM - Plus) การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum : ARF) ตลอดจนให้ความสำคัญกับการประชุมและกิจกรรมความร่วมมือของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายในกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ADMM - Plus EWG on CT) การพัฒนาศักยภาพศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน (ASEAN Center of Military Medicine : ACMM) ให้มีขีดความสามารถในการเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือทั้งในด้านการอำนวยการ ประสานงาน และการบริหารจัดการด้านการแพทย์ให้สามารถตอบสนองต่อการเผชิญภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ของประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศนอกภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพขยายความร่วมมือกับหน่วยงานฝ่ายพลเรือนและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่ไม่ใช่ภัยคุกคามทางทหารในภูมิภาค รวมทั้งเตรียมความพร้อมของกระทรวงกลาโหมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ADMM, ADMM - Plus และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในฐานะที่ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีพุทธศักราช ๒๕๖๒

สนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการจัดตั้งและการพัฒนา     เขตเศรษฐกิจพิเศษ ด้วยการใช้การทูตโดยฝ่ายทหารและกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงที่มีอยู่แล้ว ในทุกระดับ เพื่อสร้างความมั่นใจและความไว้เนื้อเชื่อใจกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสมาชิกอาเซียน และมิตรประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของภูมิภาค อันจะนำไปสู่ความมั่นคงปลอดภัยและอยู่ดีกินดีของประชาชน

​สนับสนุนรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ การจัดระเบียบสังคมและควบคุมการกระทำผิดกฎหมาย และการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้กับคนในชาติให้มีความยั่งยืนต่อเนื่อง เพื่อการวางรากฐานการปฏิรูประเทศ ด้วยการรวมกำลังทุกภาคส่วนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม มีความมั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งจะต้องดำเนินงานควบคู่ไปกับ “การสร้างจิตสำนึกทางสังคม” อย่างต่อเนื่อง

​สนับสนุนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเรื่องที่เป็นวาระเร่งด่วนและการแก้ไขปัญหาของชาติ การดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศตามนโยบายรัฐบาล เช่น การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing) และปัญหาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civit Aviation Organization : ICAO) เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในอนาคต

สนับสนุนการจัดทำข้อมูลบริการประชาชนแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล และการแจ้งเตือนข่าวสารทางอิเล็กทรอนิกส์ของส่วนราชการในกระทรวง กลาโหมให้ทันสมัย พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลของส่วนราชการในสื่อสังคมออนไลน์ให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนให้ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยให้มีเนื้อหาที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี และการปฏิรูประเทศ โดยแสดงข้อมูลที่เข้าใจง่าย กระชับ ระบุประโยชน์ที่สังคมและประชาชนจะได้รับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดจนให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารในการปฏิบัติราชการ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ของรัฐบาล

ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ๘ เมษายน ๒๕๖๑ กระทรวงกลาโหมขอยืนยันความมุ่งมั่นในการจัดเตรียมกองทัพเพื่อรองรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การพัฒนาประเทศ การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของชาติ ตลอดจนช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถ โดยจะพัฒนาและปฏิรูปกระทรวงกลาโหม เพื่อมุ่งสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ คือ “การมีกองทัพชั้นนำ มีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงของรัฐ และมีบทบาทนำในการส่งเสริมความมั่นคงของภูมิภาค” อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป

ข้อมูลโดย กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

 


ร่วมแสดงความคิดเห็น

ชื่อ :

 
ข้อความ :
รหัส :
* (พิมพ์ตามภาพที่ปรากฏ)
 

 

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

 

banner นายกสมาคม

Banners Download



สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย
เลขที่ 67 ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
Email: tcta_thailand@hotmail.com โทร: 02-375-2216 โทรสาร: 02-375-2218