ถอดรหัส...เคเบิลทีวี บริหารต้นทุน แท็กทีมสู้ สร้างทางรอด
Share

เทคโนโลยีขยายตัวขึ้น ทำให้สมรภูมิการแข่งขันธุรกิจสื่อเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ที่ไม่ได้จำกัดคู่แข่งขันอยู่แค่ผู้ประกอบการจานดาวเทียมเท่านั้น แต่รวมถึงทีวีดิจิทัล สมาร์ทโฟน สื่อออนไลน์ ที่เข้ามาชิงความสนใจของผู้บริโภคแบบทุกทิศทุกทาง การเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับคำถามว่า เคเบิลทีวี จะสามารถทานกระแสการแข่งขันที่รุนแรงได้อย่างไร 

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ "วิริยา ธรรมเรืองทอง" นายกสมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งหมาด ๆ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และจะมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี "วิริยา" ฉายภาพธุรกิจเคเบิลทีวีให้ฟังว่า เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น ทั้งจากทีวีดิจิทัล สมาร์ทโฟน และการเกิดขึ้นของ 4G ทำให้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของผู้บริโภคเกิดขึ้นทุกที่ทุกเวลา เท่ากับว่า คู่แข่งขันของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ จานดาวเทียม อีกแล้ว 

ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจเพิ่มขึ้น ทั้งสินค้าทดแทนที่จะเข้ามาแทนที่เคเบิลทีวี เช่น การรับชมทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต (IPTV) สมาร์ทโฟน ตลอดจนการเข้ามาของรายใหม่ เช่น ทีวีดิจิทัล รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี จากแอนะล็อกสู่ดิจิทัล ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้ประกอบการต้องออกแรงมากขึ้น โดยเฉพาะรายเล็ก ๆ

นายกสมาคมเคเบิ้ลฯระบุว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีต้องทำเพื่อความอยู่รอด คือ สร้างความแตกต่างด้วยคอนเทนต์ และเลือกคอนเทนต์ที่ผู้ชมแต่ละท้องถิ่นสนใจ เพิ่มคุณภาพความคมชัดของช่องเป็นเอชดี เพื่อให้ผู้ชมหรือลูกค้าที่เป็นสมาชิกเกิดความคุ้มค่าที่จะจ่ายเงิน

ผู้ประกอบการต้องตีโจทย์ให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชมยอมจ่าย แม้ค่าบริการจะไม่สูงเฉลี่ย 350 บาท/เดือน แต่ถ้าคอนเทนต์ไม่ดี ไม่แตกต่าง ผู้ชมก็ไม่ยอมจ่ายเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า จุดแข็งเคเบิลทีวี คือ ผู้ประกอบการท้องถิ่นจะรู้จักประเพณี วัฒนธรรม ใกล้ชิดกับลูกค้า ให้บริการรวดเร็ว ฯลฯ ถือเป็นเสน่ห์ และในแง่ของการผลิตคอนเทนต์จะสามารถตอบโจทย์ผู้ชมแต่ละจังหวัดได้เป็นอย่าง ดี เช่น ข่าวประจำจังหวัด ประเพณีของท้องถิ่น เป็นต้น 

เมื่อเป็นเรื่องราวใกล้ตัว ผู้ชมก็ให้ความสนใจ ทำให้เคเบิลทีวีสามารถยืนอยู่ในตลาดนี้ได้ แม้การแข่งขันจะสูงขึ้น 

"วิริยา" บอกว่า เคเบิลทีวีต้องดึงจุดแข็งออกมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รวมถึงการบริหารจัดการภายในธุรกิจเพื่อลดต้นทุน เพราะผู้ประกอบการเคเบิลทีวีส่วนใหญ่ คือ ผู้ประกอบธุรกิจในลักษณะครอบครัว จึงมีเงินลงทุนไม่มากนัก และจากสถานการณ์การแข่งขันที่มีมากขึ้น สมาคมจึงมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ในจังหวัดใกล้เคียงกัน รวมกลุ่มใช้ทรัพยากรร่วมกัน เป็นการลดต้นทุน เพื่อความอยู่รอด 

ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่มีการรวมกลุ่มกันและประสบความสำเร็จ เช่น ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แชร์ห้องส่งสัญญาณการออกอากาศแก่ผู้ประกอบการในจังหวัดใกล้เคียง 

ลดต้นทุนการผลิต

นอกจากภารกิจในการสนับสนุนสมาชิกเคเบิลทีวีที่ปัจจุบันมี 350 รายทั่วประเทศ ยังมีอีกภารกิจเร่งด่วนของสมาคมคือ การเดินหน้าเจรจากับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถึงข้อกำหนดบางส่วนที่เป็นอุปสรรคของธุรกิจ 

ทั้งการขอใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรทัศน์ไม่ใช้คลื่นความถี่ (เคเบิลทีวี) ใบอนุญาตอินเทอร์เน็ต การกำหนดให้นำช่องรายการทีวีดิจิทัลมาจัดเรียงไว้ในหมายเลข 1-36 หรือกฎมัสต์แครี่ เป็นต้น

"ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ลงทุนโครงข่ายเองทั้งหมด เท่ากับว่าสายเคเบิลเป็นทรัพยากรของผู้ประกอบการ ไม่ใช่ของรัฐ แต่กฎที่ กสทช.กำหนด ให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการ 2% ของรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่าย เสมือนว่าเคเบิลทีวีกำลังใช้ทรัพยากรของรัฐ เท่ากับกำลังเพิ่มต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ ดังนั้น กสทช.ควรออกแบบกฎ ข้อกำหนด ให้สอดรับกับรูปแบบของธุรกิจเคเบิลทีวี"

ส่วนรณีเรียงเลขช่องตามกฎมัสต์แครี่ "วิริยา" บอกว่า นี่คือปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการขณะนี้ และถ้า กสทช.บังคับใช้กฎนี้กับเคเบิลทีวี ก็เท่ากับกำลังทำลายธุรกิจนี้ให้เหลือแค่ชื่อ เพราะปัจจุบันโครงข่ายของเคเบิลทีวีรองรับช่องรายการได้ 60-70 ช่อง ถ้า กสทช.ให้เคเบิลทีวีต้องเรียงเลขช่อง 1-36 ตามกำหนด เคเบิลทีวีก็จะเหลือเพียง 24-34 ช่อง ในการประกอบธุรกิจเพย์ทีวี ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับช่องรายการที่จะให้บริการลูกค้า 

"ถ้ากสทช.บังคับให้เรียงช่อง คาดว่าอีก 1-2 ปี ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีก็คงค่อย ๆ หายไปจากตลาด เพราะกฎมัสต์แครี่ไม่ได้ตอบโจทย์ธุรกิจนี้ แต่เป็นการยึดพื้นที่ ยึดทรัพยากรของเคเบิลทีวีไปให้คู่แข่ง โดยที่ภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ยังตกอยู่ที่เคเบิลทีวี ขณะที่ทีวีดิจิทัลก็จะได้จำนวนฐานผู้ชมเพิ่มขึ้นทันที"

หากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนด ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีก็จะลดจำนวนลง และถึงจุดจบของเคเบิลทีวีอย่างแน่นอน

นี่คือภารกิจท้าทายของนายกสมาคมเคเบิลทีวีคนใหม่ ที่ต้องการสร้างทางรอดและความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการในเร็ววัน

 

ที่มา : http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1459879449


ร่วมแสดงความคิดเห็น

ชื่อ :

 
ข้อความ :
รหัส :
* (พิมพ์ตามภาพที่ปรากฏ)
 

 

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

 

banner นายกสมาคม

Banners Download

TCTA CALENDAR



สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย
เลขที่ 67 ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
Email: tcta_thailand@hotmail.com โทร: 02-375-2216 โทรสาร: 02-375-2218