ระเบียบข้อบังคับของสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย

 

หมวดที่ 1  

ความทั่วไป

 

ข้อที่ 1.  สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า THAILANDCABLE TV  ASSOCIATION ย่อว่า TCTA

ข้อที่ 2.  เครื่องหมายการค้าของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัว C พิมพ์ใหญ่และมีวงโคจรของอิเล็คตรอนพาดผ่านภาษาอังกฤษว่า THAILANDCABLE TV  ASSOCIATION  อยู่ด้านล่างของวงรี  รูปของเครื่องหมายสมาคม

 

ข้อที่ 3.    สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ  อาคารมาดามเพลส ชั้น2 หมู่9 แขวงคลองกุ่ม เขตบึ่งกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ข้อที่ 4.    วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ

4.1           เพื่อเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้ประกอบกิจการ เคเบิล ทีวี

4.2           เพื่อส่งเสริม ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีด้านเคเบิลทีวีแก่สมาชิก

4.3           เพื่อยกระดับคุณภาพของสื่อมวลชนด้านเคเบิลทีวีให้มีมาตรฐาน

4.4           เพื่อสร้างภาพพจน์และความรู้ความเข้าใจ ด้านเคเบิล ทีวี ต่อประชาชน

4.5           เพื่อส่งเสริมความสามัคคีในหมู่สมาชิก

4.6           เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงาน ส่งเสริม การผลิต จัดหา คัดเลือกรายการ ส่งให้หมู่สมาชิก

4.7           เพื่อเป็นศูนย์กลางรับ –ส่ง แลกเปลี่ยน ข่าวสาร รายการ ระหว่างหมู่ สมาชิก และ บุคคลอื่น

4.8           เพื่อส่งเสริมช่วยเหลือ หรือดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสาธารณชนหรือประเทศชาติ

4.9           เพื่อยกระดับคุณภาพของสื่อมวลชนด้านกิจการวิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ให้มีมาตรฐาน

หมวดที่ 2

สมาชิก

                  ข้อที่ 5.    สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภทคือ

5.1           สมาชิกสามัญ ได้แก่  เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลทีวีที่เป็นนิติบุคคล  หรือได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อที่ 42

5.2           สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

                 ข้อที่ 6.    ผู้ประกอบธุรกิจเคเบิลทีวีต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น

                 ข้อที่ 7. สมาชิก สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย มีดังนี้

                7.1 สมาชิกสามัญ(Cable Operator Member)ได้แก่ สมาชิกผู้ประกอบธุรกิจในเครือข่ายสมาคมฯ โดยจะชำระค่าบำรุงสมาคมฯรายปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.สมาชิกสามัญ น้อยกว่า 1,000 ราย  ชำระค่าบำรุง        สมาคมฯรายปี ๆ ละ 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)  2 .สมาชิกสามัญ มากกว่า 1,000 ราย  ชำระค่าบำรุง สมาคมฯ     รายปี ๆ ละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

                7.2  สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ สมาชิกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งสมาคมได้เรียนเชิญให้เป็นสมาชิกหรือสมาชิกที่ได้สนับสนุนกิจการของสมาคมด้วยดีตลอดมา

                7.3  สมาชิกผู้ผลิตรายการ (Content Provider Member) ได้แก่ สมาชิกซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดหารายการโทรทัศน์ เพื่อแพร่สัญญาณภาพและเสียงผ่านสมาชิกผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในเครือข่ายของสมาคมไปยังผู้ชมที่เป็นสมาชิกของเคเบิลทีวีทั่วประเทศ โดยสมาชิกผู้ผลิตรายการจะต้องชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี จำนวนปีละ 20,000 บาท( สองหมื่นบาทถ้วน )

                7.4  สมาชิกผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เคเบิลทีวี (Supplier Member) ได้แก่สมาชิกซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจเคเบิลทีวี โดยจะต้องชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี จำนวนปีละ  20,000 บาท   ( สองหมื่นบาทถ้วน )   ทั้งนี้การรับเข้าเป็นสมาชิกในแต่ละประเภทนั้นขึ้นอยู่กับมติคณะกรรมการของสมาคม สมาชิกรายใดซึ่งค้างชำระค่าบำรุงสมาคมให้สมาคมมีหนังสือแจ้งให้สมาชิกรายนั้นชำระค่าบำรุงโดยกำหนดระยะเวลาอันสมควรในการชำระเงินดังกล่าวเป็นจำนวน 2 ครั้ง ห่างกันไม่น้อยกว่า 7 วัน หากสมาชิกรายนั้นได้รับหนังสือแล้วและยังมิได้ชำระค่าบำรุงภายในเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันควร คณะกรรมการสมาคมจะพิจารณาคัดชื่อออกจากการเป็นสมาชิกของสมาคมต่อไป

ข้อที่ 8.    การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2 คน และให้เลขาธิการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ  สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันเพื่อให้สมาชิกอื่นๆของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น  เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วให้เลขาธิการนำใบสมัคร  และหนังสือคัดค้านของสมาชิก ( ถ้ามี ) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรม  เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

ข้อที่ 9.    ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก   ผู้สมัครนั้นต้องชำระเงินค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่รับแจ้งจากเลขาธิการและสมาชิกภาพของผู้สมัคร  ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าบำรุงแก่สมาชิกภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อที่ 10.  สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม

ข้อที่ 11.  สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

11.1  ตาย

11.2  ลาออก  โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ   และคณะกรรมการได้ พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

11.3  ขาดคุณสมบัติสมาชิก

11.4  ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม    หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

                ข้อที่ 12.  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

12.1    มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

12.2    มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

12.3    มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.4    มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

12.5    สมาชิกมีสิทธิในการเลือกตั้ง  หรือได้รับการเลือกตั้ง  หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม  และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง

12.6    มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

12.7    มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย  1 ใน  3 ของสมาชิกทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

12.8    มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

12.9    มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

12.10  มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม

12.11  มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.12  มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3

การดำเนินกิจการสมาคม

           ข้อที่ 13.  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย 7 คนอย่างมากไม่เกิน 21 คน   ให้สมาชิกมีสิทธิ์เสนอชื่อสมาชิกที่  เห็นว่ามีความเหมาะสมเป็นนายกสมาคมได้จำนวน 5 ชื่อ ต่อคณะกรรมการสรรหา เมื่อการเลือกตั้งนายกสมาคมเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้สมาชิกมีสิทธิ์เสนอชื่อคณะกรรมการกึ่งหนึ่ง     จากจำนวนกรรมการที่ที่ประชุมใหญ่กำหนด และให้นายกสมาคมเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งอีกจำนวนที่เหลือซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคม มีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขป ดังต่อไปนี้

13.1          นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริการกิจการของสมาคม   เป็นผู้แทนสมาคมใน การติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม

13..2         อุปนายก   ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคม  ในการบริหารกิจการสมาคมปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมมอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม  ให้อุปนายกสมาคมตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

13.3          เลขาธิการ  ทำหน้าที่เกี่ยวกับการธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้า  เจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม   ตลอดจนทำหน้าที่เลขาธิการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม

13.4          เหรัญญิก    มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม  เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายบัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

13.5          ปฎิคม  มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม  เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม  และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

13.6          นายทะเบียน  มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมด ของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

13.7          ประชาสัมพันธ์      มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม  ให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

13.8          กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม  ซึ่งคณะกรรมการเห็นควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้  แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง คณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคม และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อที่ 14.  คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ  2  ปี  และเมื่อคณะกรรมการอยู่ตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว  แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาต  ให้จดทะเบียน จากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลาง ๆ ก่อน    จนกว่า คณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ   และเมื่อคณะ กรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ทำการส่งและรับมอบงานระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อที่ 15.  ตำแหน่งกรรมการสมาคม   ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควร เข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น  แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อที่ 16.  กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ

16.1   ตาย

16.2   ลาออก

16.3   ขาดจากสมาชิก

16.4   ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

                ข้อที่ 17.  กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อที่ 18.  อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

18.1   มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ  เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

18.2   มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

18.3   อำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้  แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

18.4    มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมสมัยวิสามัญ

18.5    มีอำนาจแต่งตั้งในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

18.6     มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม  เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์  ตลอดจนมีอำนาจ อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

18.7     มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด  นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

                         18.8     มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และ สามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

        18.9 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม  เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิก ได้รับทราบ

ข้อที่ 19.  คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย  สองเดือนต่อครั้ง  ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อที่ 20.  การประชุมคณะกรรมการ  จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง  ของกรรมการทั้งหมด  จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน  ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อที่ 21.  ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

ข้อที่ 22.  การประชุมใหญ่ของสมาคม 2 ชนิด คือ

                22.1 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

                22.2 การประชุมสมัยวิสามัญ

ข้อที่ 23.  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ1ครั้งภายในเดือน พฤษภาคมของ   ทุก ๆ ปี

ข้อที่ 24.  การประชุมสมัยวิสามัญ  อาจจะมีขึ้นได้โดยที่คณะกรรมการเห็นควร  หรือเกิดขึ้น ด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3  ของสมาชิกทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการ

ข้อที่ 25.  การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่  ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้ง  กำหนดนัดประชุมใหญ่  ให้สมาชิกทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรโดยระบุ วัน เวลาและสถานที่ให้ชัดเจนโดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า  7  วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อที่ 26.  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

26.1    แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

26.2    แถลงบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุลให้สมาชิกรับทราบ

26.3    เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ

26.4    เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

26.5    เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

ข้อที่ 27.  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  หรือการประชุมสมัยวิสามัญ  ต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด   จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม    แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม   ก็ให้ขยายวันประชุมออกไปอีก ได้ไม่เกิน14 วัน แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้ว  ยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมนับตั้งแต่วันที่ได้เลื่อนการประชุมในครั้งแรก  ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมสมัยวิสามัญที่เกิดขึ้นจากร้องขอของสมาชิก  ก็ไม่ต้องจัดประชุม  ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก  สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในครั้งหลังนี้   ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อที่ 28.  การลงมติต่าง ๆ  ในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีและสมัยวิสามัญถ้าข้อบังคับได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น   ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อที่ 29.  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีและสมัยวิสามัญของสมาคม ถ้านายกสมาคม  และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้   ก็ให้ที่ประชุมทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 5

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อที่ 30.  การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์ ได้ทุกแห่ง ทั่วราชอาณาจักร

ข้อที่ 31.  การลงนามในตั๋วแลกเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อที่ 32.  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน  50,000   บาท  ( ห้าหมื่นบาท )ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

ข้อที่ 33.  ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 30,000 บาท ( สามหมื่นบาท ) ถ้าเกินจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อที่ 34.  เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล  ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อที่ 35.  ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมและจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีได้รับอนุญาต

ข้อที่ 36.  ผู้สอบบัญชี  มีอำนาจที่จะเรียกเอกสารเกี่ยวกับการเงิน  และทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม  เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อที่ 37.  คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 6

จริยธรรม

 ข้อที่ 38. สมาชิกสมาคมรายใดที่แพร่ภาพและเสียงที่ส่อไปทางลามกอนาจาร หากได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภค หรือ หน่วยงานของรัฐ หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นจริง และคณะกรรมการได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง  จะต้องถูกถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย และแจ้งให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกันต่อไป

ข้อที่ 39.  สมาชิกสมาคมต้องไม่ดำเนินงานอย่างใดๆ อันจะเป็นทางนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อที่ 40.  สมาชิกสมาคมต้องแจ้งให้สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยทราบเกี่ยวกับพื้นที่ประกอบการที่ทำอยู่ในปัจจุบันตามความเป็นจริง โดยให้แยกเป็นสถานีให้ชัดเจน

ข้อที่ 41.  สมาชิกสมาคมต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดหากสมาชิกสมาคมรายใดที่ถูกถอดถอนไม่พอใจในคำสั่งคณะกรรมการ ให้ทำหนังสืออุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อกรรมการท่านใดท่านหนึ่งได้ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่ได้รับคำสั่งวินิจฉัยของคณะกรรมการสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยและให้กรรมการที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์นั้นนำเสนอต่อที่ประชุมของคณะกรรมการโดยเร็วที่สุด

หมวดที่ 7

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อที่ 42.  ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้   โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น     และองค์ประชุมใหญ่    จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดมติของที่ประชุมใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ  จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อที่ 43.  การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดย  มติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม   ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย  มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อที่ 44.  เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ฯ  ก็ตาม  ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ให้ตกเป็นของมูลนิธิเพื่อการกุศลที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว

 

               ลงชื่อ..................................................................ผู้จัดทำข้อบังคับ

นายกสมาคม

 

 

 



 

   
-ประวัติสมาคม
-โครงสร้างและคณะกรรมการบริหาร
-กฏข้อบังคับ
-ทำเนียบนายกสมาคมเคเบิลแห่งประเทศไทย
 

banner นายกสมาคม

Banners Download

TCTA CALENDAR



สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย
เลขที่ 67 ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
Email: tcta_thailand@hotmail.com โทร: 02-375-2216 โทรสาร: 02-375-2218